Let's be the WHITE LIGHT


สวัสดีวันจันทร์ค่ะ วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่รี่ไม่ได้มีความตั้งใจแต่แรกสักนิดที่จะเขียนไดอารี่ รี่กลับที่พักไปเรียบร้อยแล้ว แต่กลับไปแล้วก็มีอะไรบางอย่างชวนให้หงุดหงิดจิตใจ เลยเกิดอาการเสี้ยนอยากเขียนไดอารี่ขึ้นมาซะงั้น รี่เลยถึงกับลงทุนกลับมาที่ออฟฟิศอีกครั้งเพื่อเขียนไดอารี่เฉพาะ

 

ปกติรี่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงการเมืองในไดอารี่ของตัวเอง เำพราะรี่ไม่คิดว่าหัวข้อพวกนี้ เหมาะสมมาโต้เถียงกันในที่สาธารณะ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการทะเลาะกันเสียเปล่า เหมือนความเชื่อทางศาสนา ซึ่งถ้าถามว่า ในประเด็นหนึ่ง ๆ ของแต่ละศาสนามีความเชื่อที่ขัดแย้งกันไหม? มีแน่นอน แล้วถ้าแต่ละคนที่นับถือศาสนานั้น มาโต้เถียงกันเพื่อหาขอยุติว่า ในประเด็นนั้น แื้ท้จริงแล้วศาสนาไหนกันแน่ที่กล่าวได้ถูกต้อง คิดว่าในสังคมนั้น คนที่ต่างศาสนากัน จะมีวันที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้อีกต่อไปหรือไม่คะ?


แต่วันนี้ รี่ขออนุญาตชวนพาเดินเฉียดเข้าใกล้การเมืองกันสักนิด เพราะรี่มีโปสเตอร์อันหนึ่ง ที่อยากเชื้อชวนให้ดูมาก เป็นโปสเตอร์ที่รี่อยากจะโหวตให้เป็นโปสเตอร์แห่งปีจริง ๆ


[ที่มา: http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A9288165/A9288165.html]

 

 

สำหรับรี่ นี่คือโปสเตอร์ที่โดนใจมากที่สุด ตั้งแต่เคยเห็นพวกโปสเตอร์เรื่้องการเมืองสองฝักสองฝ่ายที่ผ่านมาทั้งหมด สิ่งที่รี่อยากให้ร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ให้มันเกิดขึ้นในสังคมไทยตอนนี้เหลือเกิน การที่ใครไม่เห็นด้วยกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เห็นต่างจากที่เราคิดเราเชื่อ จำเป็นหรือที่จะต้องตอบโต้ด้วยวาทะรุนแรง ทำไมเราถกกันและแลกเปลี่ยนความเห็นกันฉันมิตร ฉันคนไทยด้วยกัน ไม่ได้ฤา? ทำไมต้องจับยัดเยียดให้เราเป็นฝั่งตรงข้ามคะ?


(ขอเบรคก่อนนะค่ะ เผื่อใครจะมาเที่ยวจับยัดเยียดว่า รี่ไปเที่ยวเห็นใจพวกเผาทำลายบ้าน ... เรื่องนั้นมันคนละเรื่อง คนทำผิดกฏหมาย สมควรที่จะได้รับโทษ และต้องรับโทษ ซึ่งจุดนั้น อำนาจรัฐก็จะพยายามเข้าไปจัดการเอาโทษอยู่)


รี่ได้โปสเตอร์นี้มาจากกระทู้หนึ่งในพันทิบ ที่รี่อ้างถึงด้านบนนั่น ในกระทู้นั้น (และอีกกระทู้ที่คล้ายคลึงกัน) เป็นกระทู้ที่ว่าถึงทัศนคติทางการเมืองของคุณเจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ และกลายเป็นประเด็นถกเถียง จนกระทู้ออกทะเลเละ ด่าว่ากันไปมา


สิ่งที่เป็นประเด็นร้อนมาจากบางตอนในบทสัมภาษณ์ค่ะ รี่ขอนำต้นฉบับภาษาอังกฤษมาลองให้อ่านกันดู

:

THR: Does what's happening in Bangkok now startle you?

Weerasethakul: I think it's part of the cycle, but what's interesting is that I think this is one of the biggest clashes of class, focused on the underprivileged. Before, it was more a clash between the army and the middle class, but now it's about the poor. At the same time, it's a different kind of war, because there's the Internet and many new tactics come into play. More than ever, you can see clearly just how Thailand is really shaped by the media and how the place has become a propaganda machine. But before long, people will start to notice when their web sites disappear.

:

THR: The poor red shirt protestors look up to Thaksin Shinawatra, a man of incredible wealth. Do you find this ironic?

Weerasethakul: I think the guy has become their savior. They can project themselves on him and depend on him. Under his administration, there was money pouring into the villages but whether it's transparent is another issue. At least the poor saw money and development in their region, so that's why.

:

[คัดลอกบางส่วนมาจาก The Hollywood Reporter]

 

คุณเจ้ย แท้จริงแล้วจะเป็นสีไหน รี่ไม่ทราบ และไม่ใช่เรื่องที่ใครจะไปเที่ยวตั้งสมมุติฐานโยนให้คนนั้นคนนี้ เป็นสีนั้นสีนี้ แต่จากเนื้อความที่ยกมาสองอันข้างบน จะพบว่า ผู้พูดแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง เพราะนำเสนอข้อเท็จจริงทั่วไป และไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่อะไร เพราะนี่คือสิ่งที่เราได้ยินพวกนักวิชาการพูด วิเคราะห์ ให้ได้ยินอยู่เรื่อยทางสื่อต่าง ๆ


แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า ความเห็นของคุณเจ้ย สามารถมีคนเอาไปด่าได้ว่า เขาสนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณ ไปเห็นด้วยกับการคอรัปชั่น การโกงว่าไม่ผิดอะไร


รี่งงมาก ต้องไปอ่านทวนอีกที ก็ยังหาไม่เจอว่า มันมีความหมายไปแบบนั้นได้อย่างไร จะนั่งอ่าน นอนอ่าน ตะแคงอ่าน รี่ก็ยังไม่เห็นเจออะไร รึรี่จะอ่านหนังสือไม่แตก?

 

มันมีอะไรลึกลับซับซ้อนต้องตีความหรือคะ? มันมี hidden agenda อะไรซ่อนอยู่ในเนื้อความพวกนี้ ใครค้นหาเจอ ช่วยบอกรี่ทีเถอะ เพื่อรี่จะได้รู้สึกดีขึ้น เพราะตอนนี้ มีแต่ความหดหู่ ตั้งคำถามกับตัวเองไปมาว่า เกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้? เรากำลังเป็นเมือง Salem (Arthur Miller's The Crucible) กันหรือไง?

 

 

รี่ขอบ่นได้ไหม?


หลัง จากการหยุดอันยาวนาน ที่รี่ได้มีโอกาสกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว อยู่กับผู้คนที่รี่สามารถพูดคุยสื่อสารรู้เรื่อง อยู่กับคนที่เข้าใจความเป็นรี่ เข้าใจแนวคิดของรี่ เข้าใจสิ่งที่รี่ทำ ขอบอกว่า รี่อยากให้มีวันหยุดยาวนานตลอดไป และไม่ต้องกลับมาทำงานอีก

เริ่ม งานวันแรก รี่พยายามจะมีจิตแจ่มใสนะค่ะ แต่ยังไม่พ้นครึ่งวันดี ก็มีเรื่องเข้ามา มีนักศึกษามาร้องห่้มร้องไห้อยู่สองรอบ พูดจาอะไรในสิ่งที่รี่ไม่เข้าใจ ความคิดเขาก็เป็นเหมือนผู้คนอื่นที่รี่เจอที่ทำงานแห่งนี้ สถานที่ที่รี่นับวันจะรู้สึกว่าตนเองเป็น alien ของสถานที่แห่งนี้เข้าไปทุกที

รี่ เป็นโลกแพ้น้ำตานะค่ะ ทนเห็นน้ำตาคนอื่นไม่ได้ โดยเฉพาะน้ำตานั้น มันเกิดจากรี่เป็นฉนวนนำให้เกิดขึ้น มันทำให้รี่กลับที่พักไปแล้ว อดคิดวนเวียนไปมาไม่ได้ว่า รี่ทำอะไรผิดหรือ? สิ่งที่รี่คิดและปฏิบัติมันไม่ถูกใช่ไหม? รี่เป็นคนไร้เมตตา ใจร้ายกับคนอื่น ไม่เห็นความเป็นมนุษย์ของคนอืนหรือไง?

คืนนี้ รี่รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ ...

 


In the still of the night
ประพันธ์ Cole Porter

1) ขับร้อง Kevin Kline & Ashley Judd
2) ขับร้อง Al Bowlly

In the still of the night
As I gaze from my window
At the moon in its flight
My thoughts all stray to you

In the still of the night
All the world is in slumber
All the times without number
Darling when I say to you

Do you love me, as I love you
Are you my life to be, my dream come true
Or will this dream of mine fade out of sight
Like the moon growing dim, on the rim of the hill
In the chill, still, of the night

Like the moon growing dim, on the rim of the hill
In the chill, still, of the night

we are in diaryis.com family | developed by 7republic