I Can Clearly See Now


 มื่อตอนเด็ก มีคุณครูเคยสอนรี่ว่า เวลานึกอยากเขียนจดหมายถึงใคร ให้เขียนโดยทันที แต่ให้ส่งวันรุ่งขึ้น

ไม่ทราบว่า มีใครเคยได้ยินเงื่อนไขที่ว่านี้บ้างไหมคะ และเข้าใจเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในเงื่อนไขนี้หรือเปล่า?

ที่เขาให้ เขียนโดยทันทีเมื่อเรานึกอยาก ก็เพราะว่า ณ จังหวะนั้น สิ่งที่เราเขียนลงไปนั้น เป็นการถ่ายทอดออกมากจากความคิดและความรู้สึกของเราได้แท้จริงมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ความตรงไปตรงมานั้น มันอาจไม่เหมาะสมเสมอไปก็ได้ ดังนั้นถ้าเราปล่อยให้เวลาผ่านไป ความรู้ึสึกเริ่มจางลง ความมีสติและเหตุผลเข้ามาแทนที่ เราจะไตร่ตรองได้ว่า สมควรแก้ไขคำพูดเราตรงไหนบ้าง หรือเหมาะสมหรือไม่ ที่จะส่งไปให้ผู้อื่นอ่าน

รี่ชอบกลเม็ด ที่ซ่อนในคำสอนนี้มาก แต่ไม่ใช่รี่จะสามารถยึดถือปฏิบัติตามได้อย่างเคร่งครัดเสมอ บ่อยครั้งมาก ที่รี่ผิดพลาด ยึดถือความรู้สึกตนเองเป็นที่ตั้ง เขียนเสร็จ ต้องเผยแพร่ใ้ห้ผู้อื่นรับรู้โดยทันที แล้วมานั่งนึกเสียใจภายหลังว่า รี่น่าจะชะลอสักนิด

ขณะเดียวกัน ก็มีหลายเหตุการณ์ค่ะ ที่รีี่่สามารถยังยั้งมือตัวเองไม่ให้มากดเคาะแป้นพิมพ์ ระบายอารมณ์ใส่ลงในหน้าไดอารี่เล่มนี้ได้ และรอให้เวลาผ่านไป ความรู้สึกทั้งหมดตลกผลึกหมดแล้ว รี่สามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ด้วยใจที่น่าจะเป็นธรรมพอประมาณ (ความเป็นธรรมโดยแท้จริง ไม่มีนะค่ะ เพราะเหตุการณ์เหล่านั้น มีรี่เป็นผู้เข้าไปเกี่ยวข้อง และธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชน ที่มีแนวโน้มที่จะเลือกมองอะไรที่ต้องจริตของตัวเองอยู่แล้ว รี่จึงใช้คำว่า 'พอประมาณ' เพื่อหมายถึงว่า การมองของรี่ มีอารมณ์ที่เจือจา่งไปอย่างมากแล้ว ทำให้รี่สามารถมองภาพความเป็นจริงได้ชัดเจนขึ้น)

มีเหตุการณ์ หนึ่ง เกิดขึ้นมาน่าจะสักห้าหกเดือนแล้วมั้ง เป็นเหตุการณ์ที่รี่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก มีกลุ่มคนรอบด้านรี่ ที่รี่รู้จักพบเจอในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ และพูดจาถูกอัธยาศัยกันดีอยู่ ได้รับรู้ความลำบากของรี่ แต่เลือกที่จะมองเห็นเป็นเรื่องขบขัน นิ่งเฉย ไม่ใส่ใจ และเดินจากไป

แม้ความลำบากของรี่ไม่ถึงกับเรื่องคอขาดบาดตาย แต่รี่รู้สึกเจ็บในความรู้สึกมาก เหมือนมีใครเอาฆ้อนตะลุมพลุกอันใหญ่มาทุบหัวรี่ ทำรี่อึ้ง และตั้งคำถามอย่างหนักว่า คนเหล่านั้น เขาพูดคุย หัวเราะกับรี่อยู่ทุกวัน เขามองเห็นรี่เป็น 'เพื่อน' คนหนึ่งหรือไม่? รี่เชื่อว่า ในสถานการณ์เดียวกัน ต่อให้คนที่รู้จักกันเพียงผิวเผิน ใคร ๆ ก็ต้องให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ช่วยได้หรือไม่ได้ มันไม่ใช่ประเด็น แต่การแสดงออกซึ่งน้ำใจผ่านทางกิริยา วาจา มันรับรู้ได้ แต่สิ่งที่รี่ได้รับ คือการเมินเฉยกับเสียงหัวเราะขบขัน

หลังเหตุการณ์ นี้ รี่เลิกเสวนาวิสาสะกับคนกลุ่มนี้ มันไม่ใช่ความรู้สึกโกรธ แต่มันเป็นความรู้สึกช็อคและไม่สามารถจะยอมรับได้ จะไม่ให้รี่ช็อคได้อย่างไรกันคะ? เพราะในชีวิตของรี่ ไม่เคยมีเพื่อนที่ไหนเขาปฏิบัติต่อกันเลวร้ายเช่นนี้ ต่อให้คนที่รี่ไม่ชอบขี้หน้่า มีเรื่องมีราวกันมาก่อน  ถ้ารี่ได้เห็นเขาลำบาก รี่ก็ยื่นมือลงไปช่วย โดยไม่ได้หมายความว่า หลังจากนี้ต้องมาดีกัน รี่ช่วยในฐานะเป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน ก็เท่านั้น

มีคำกล่าวอัน หนึ่ง ที่รี่จำประโยคชัดเจนไม่ได้  (ใครจำได้ ช่วยบอกรี่ที รี่พยายามเสริชหา แต่ก็ไม่เจอ) แต่ความหมายทำนองว่า สถานการณ์ จะทำให้เราเห็น character ของมนุษย์ชัดเจนขึ้น ช่างเป็นความจริงแท้สำหรับเหตุการณ์นี้

สถานการณ์ เดียวกันแท้  ๆ แต่มนุษย์ต่างบุคลิก ปฏิบัติต่างกันราวฟ้ากับเหว บางคน เลือกที่จะเข้ามาพูดคุยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับรี่โดยตรง กล่าวขอโทษรี่แบบตรงไปตรงมา แม้ความรู้สึกเสียไป จะไม่มีวันกลับมาแล้วก็ตาม แต่รี่นับถือความ 'แมน' พอที่จะยอมรับเขาได้

ขณะที่บางคน เลือกที่เข้ามาพูดคุยกับรี่ แบบเฉไฉไปเรื่อย ปฏิบัติกับรี่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้่น ทำให้รี่ยิ่งรู้สึกเลวร้ายกับคนเหล่านั้นหนักเข้าไปอีก เำพราะอย่างที่รี่เคยพูดถึงไปเมื่อหลายเอนทรีก่อนว่า รี่คิดว่ารี่เป็นคนที่มีความชัดเจนในการดำรงชีวิต และแสดงให้เห็นชัดในความคิดและการกระทำ ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่รี่รังเกียจคือความไม่ตรงไปตรงมาของคน ดังนั้น การใช้วิธี 'ป่อด' แบบนี้ ยิ่งทับถม ความรู้สึกแย่ที่มีก่อนหน้า ให้หนักเข้าไปอีก

ผ่านมาเนิ่น นานถึงวันนี้ ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรกับเหตุการณ์นั้นอีกแล้ว รี่เลิกตั้งคำถามหาเหตุผลที่พวกเขาถึงแล้งน้ำใจกับรี่ได้ถึงเพียงนั้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี่ มันเป็นคำถามที่ผุดลอยขึ้นมาทุกครั้งที่รี่เห็นกลุ่มคนเหล่านี้ รี่ได้บทสรุปว่า ช่างมันเถอะ จิตมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง พวกเขาอาจจะมีน้ำใจเอื้อเฟื้อกับคนอื่นที่เขามองเป็นเพื่อนฝูงของเขา ขณะเดียวกับ รี่ก็ไม่ได้เปิดรับทุกคนที่รู้จักในชีวิต เป็น 'เพื่อน' ในเมื่อต่างฝ่าย ไม่ได้มีมิตรจิตที่ดีให้กัน มองไม่เห็นคุณลักษณะที่ดีพอจะนับถือกันได้ ก็ต่างคนต่างอยู่

และเหตุการณ์ ที่รี่เคยมองว่า มันน่าเสียใจ ที่เกิดขึ้น เพราะทำให้คนที่เคยพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยที่ดี กลายเป็นไม่สามารถแม้แต่จะมองหน้าได้  ณ ตอนนี้ รี่กลับมองว่า สถานการณ์ต้องเกิดขึ้น คนเราถึงจะมี reaction กับมัน ทำให้รี่มีโอกาสได้เห็นบุคลิกที่แท้จริงของคนเหล่านั้นได้ในกรอบเวลาที่เร็วขึ้น ก็นับว่าไม่เสียหลาย ...

 

I Can Clearly See Now 
ประพันธ์ Johnny Nash
ขับร้อง 1. Holly Cole

              2. John Nash

 

I can see clearly now the rain is gone
I can see all obstacles in my way
Gone are the dark clouds that had me down
It's gonna be a bright bright bright bright sun shiny day
It's gonna be a bright bright bright bright sun shiny day

Oh yes I can make it now the pain is gone
All of the bad feelings have disappeared
Here is that rainbow I've been praying for
It's gonna be a bright bright bright bright sun shiny day

Look all around there's nothing but blue skies
Look straight ahead there's nothing but blue skies

I can see clearly now the rain is gone
I can see all obstacles in my way
Here is that rainbow I've been praying for
It's gonna be a bright bright bright bright sun shiny day
It's gonna be a bright bright bright bright sun shiny day
Bri-ri-ri-ri-right
Bright bright bright bright sun shiny day
Oh yeah
It's gonna be a bright bright bright bright sun shiny day
It's gonna be a bright bright bright bright sun shiny day
It's gonna be a bright bright bright bright sun shiny day.

we are in diaryis.com family | developed by 7republic