ต่างหูเชอรี่


สวัสดียามเย็นวันเสาร์ค่ะ วันนี้รี่นอนตื่้นสายสุด ๆ ตื่นมาตอนเที่ยงกว่า เกือบบ่ายโมงแล้วนี่เอง ^^"

รี่เหนื่อยสะสมกันมาตลอดทั้งอาทิตย์อะค่ะ นอนไม่ค่อยจะพอ วันนี้วันเสาร์ ขอผ่อนคลายสักวัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ ค่อยทุ่มทำงานต่อ

เปิดเทอมแล้ว เ้หนื่อยมากกับงานสอนค่ะ ที่เหนื่อยเพราะเทอมนี้ รี่รับสอนวิชาใหม่เพิ่มอีกหนึ่งวิชา โดยที่ยังไม่มีเอกสารและสไลด์สักกะนิดติดตัว เล่นเตรียมกันอาทิตย์ต่ออาทิตย์เลยทีเดียว แล้วเผอิญ มันเป็นชั้นเรียนใหญ่ เด็กนักศึกษาทั้งหมดสามร้อยคน แบ่งเป็น 3 section โดย section หนึ่งก็ประมาณ 100 คน แต่ละ section เลคเชอร์สามชั่วโมงรวด เบ็ดเสร็จ  เก้าชั่วโมงต่ออาทิตย์ สำหรับวิชานี้ ยังไม่นับรวมวิชาประจำอื่น ๆ ของรี่อีก เหนื่อยจนจะสลบเลยอะค่ะ  - -'

ปกติ รี่สอนแต่นักศึกษา ปี 3 ปี 4 ชั้นเรียนหนึ่งมีนักศึกษา ไม่เกิน 20 คน รี่รู้จักนักศึกษาหมดทุกคน บรรยากาศของชั้นเรียนก็เป็นแบบกันเอง รี่พูดคุย เรียกชื่อนักศึกษาได้ทุกคน แต่ชั้นเรียนใหม่นี้ เป็นชั้นเรียนนักศึกษาปี 1 ที่มีเป็นจำนวนมาก บรรยากาศมันเลยแตกต่างกันมากจากที่รี่คุ้นเคย รี่เลยได้มีประสบการณ์แปลก ๆ หลายอย่างค่ะ อาทิ

วันแรกที่เข้าไปสอน นักศึกษาน่ารักมาก ยกมือกันให้พรึบ ก่อนเข้าเรียนก็ไหว้ หลังจบชั้นเรียนก็ไหว้ รี่ก็แอบงง มานั่งนึกดู ถึงเข้าใจว่า เด็กพวกนี้ เพิ่งก้าวมาจากมัธยม ก็เลยติดวัฒนธรรม การไหว้ครูบาอาจารย์มาจากมัธยม ขณะที่นักศึกษาปกติที่รีสอน เป็นพวกอยู่มหาวิทยาลัยมานานแล้วแก่วัดแก่วา ลืมไปหมดแล้วชีวิตมัธยม

เนื่องจากเป็นวิชาสามชั่วโมง ปกติ ถ้าสอนชั้นปีสูง เลยไปสักชั่วโมงกว่า จะต้องมีใครสักคน ยกมือขึ้น แล้วบอกรี่ว่า ขอพักสักสิบห้านาที ไม่ไหวแล้ว รี่ก็จะปล่อยพัก เอาเข้าจริง นู่นเลยค่ะ กว่าจะเข้ามาในห้อง อาจจะปาเข้าไป ยี่สิบนาที หรือครึ่งชั่วโมงก็มี เพราะมีบางคน ถือโอกาสเดินไปโรงอาหาร เพื่อหาข้าวกินกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ รี่ยังเคยเจอ ประมาณ ยังไม่จบชั่วโมง ยกมือขอเลิกก่อน เพราะปวดหัวมาก ไม่สามารถรับอะไรได้อีกแล้ว แบบนี้ก็มีค่ะ - -'

แต่พอเป็นชั้นปี 1 ไม่มีใครทำแบบนั้นเลย รี่ก็พูดไปเรื่อย เด็กปีหนึ่งก็จดกันยิก ๆ ไม่มีใครยกมือขออะไรง็องแง็งทั้งสิ้นค่ะ แต่เดาว่า บรรยากาศแบบนี้ มันคงอยู่ได้ไม่นาน สักพักเด็กพวกนี้ก็จะเริ่มแก่วัดแ่ก่วา แล้วซึมซาบวัฒนธรรมนิสิตมหาวิทยาลัยตามอย่างรุ่นพี่


..............................................................

 

ส่วนตัวรี่เอง ก็มีเรื่องเปิ่น ๆ ในคลาสใหญ่แบบนี้เหมือนกันค่ะ มีวันหนึ่ง ใ่ส่กางเกงสีขาว ไปสอน แล้วเผอิญก้มลงเอา thumb drive ไปต่อกับคอมพิวเตอร์ของห้องเรียน ที่ตั้งอยู่บนพื้น เผอิญเสียหลัก ตัวเอนนิดหนึ่ง ปากก็เลยไปชนกับเข่า ผลก็คือ ประทับรอยลิปสติกสีชมพูลงบนกางเกงสีขาว แล้วก็ต้องยืนสอนในสภาพนั้นต่อไป คิดเข้าข้างตัวเองว่า ไม่มีนักศึกษาที่ไหน แอบเห็นความสะเหร่อของเรา 555+

ต่อจากนั้น ขณะที่กำลังยืนเลคเชอร์อยู่ ต่างหูข้างหนึ่งดันหัก หลุดตกลงพื้นห้อง มันคงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรมาก ถ้ามันเป็นต่างหูอันกระจ้อย แต่ต่างหูที่ใส่ในวันนั้น เป็นอันทีใหญ่เตะตาพอสมควร แล้วเป็นลูกเชอรี่สีแดงแป้นแล้น แถมมีก้านและใบสีเขียวด้วยนะจ๊ะเธอว์   ^o^

คิดว่า รี่จะทำยังไงกับมันค่ะ

a) หยุดพูด วางไมโครโฟนลงกับโต๊ะเพื่อถอดต่างหูอีกข้าง แล้วจึงค่อยสอนต่อ

b) ไม่แคร์สื่อ ยืนพูดต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ให้เวลาคิด ห้าวิ แล้วดูเฉลยด้านล่างค่ะ


 

รี่พูดต่อค่ะ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ไม่สนใจดูด้วยว่า ปฏิกิริยานักศึกษาเป็นไง แต่คิดว่า พวกเขาคงได้มองภาพที่สะเหร่อได้เรื่องเลยทีเดียวค่ะ ภาพยัยเพิ้ง พล่ามคนเดียวอยู่หน้าชั้นเรียนเหลายชั่วโมง เหมือนหล่อนเพิ่งหลุดมาจากหลังคาแดง เพราะใส่ต่างหูลูกเชอรีสีแดงแป๊ดอยู่ข้างเดียวนี่อะค่ะ -"-

ท้ายคาบเรียน มีนักศึกษาคนหนึ่งเดินเข้ามาหารี่ ขณะที่รี่กำลังเก็บข้าวของเพื่อกลับออฟฟิศ


นักศึกษา: อาจารย์ครับ ผมทึ่งอาจารย์มากครับ

รี่: (เอาแล้วไง จะต้องมาล้อเลียนรี่เป็นแน่แท้ เรื่องต่างหู) เอ่อ ทึ่งอะไรกันคะ

นักศึกษา: ทึ่งในความสวยของอาจารย์ครับ

 

โอ๊ย รี่เกือบหลุดฮาก๊ากเลยค่ะ แต่เกร็งหน้าเก็กไว้อยู่ แค่ส่งยิ้มให้นักศึกษาไป แล้วบอกว่า วิชานี้ ไม่มีจิตพิสัยค่ะ

รี่ไปแล้วค่ะ ต้องเตรียมงานสำหรับเลคเชอร์ในอาทิตย์หน้า ขอให้มีสุดสัปดาห์ที่สุขสงบ จิตแจ่มใสนะค่ะ แล้วจนกว่า เราจะกลับมาพบกันอีก


..............................................................

 

 


1) Cerezo Rosa โดย Los Teconlines
2) Cerisier rose et pommier blanc โดย
André Claveau

 


เกี่ยวกับเพลง


ทันทีที่ได้ยินเสียงทำนองเพลงนี้ ทุกคนคงนึกได้ทันทีว่า นี่คือหนึ่งในทำนองเพลงที่สุดแสนจะคุ้นหู จริงไหมคะ?

ใช่แล้วค่ะ นี่คือ เพลง Cherry Pink (and Apple Blossom White) นั่นเอง แต่เป็นในฉบับภาษาสเปนในเพลงแรก ขับร้องโดยวง Los Tecolines ส่วนเพลงที่สอง เป็นฉบับภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นฉบับภาษาดังเดิมของเพลงนี้ ขับร้องโดย André Claveau

เหตุผลที่เลือกเพลงนี้มาลงเอนทรีนี้ ก็มีอะไรมากหรอกค่ะ ด้วยเหตุเพราะชื่อของเพลงล้วน ๆ เพราะเอนทรีวันนี้ มันช่างอัดแน่นไปด้วยเรืิ่องราวของ 'เชอรี่' นั่นเอง

;>


 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic