แด่ผู้เป็นที่รัก ...


ช่วงที่ผ่านมา นอกจากงานการที่รัดตัวแล้ว รี่ต้องปลีกเวลาไปงานศพของอาเตี๋ย (ซึ่งเป็นสามีของอาอี๋ พี่สาวคนเดียวของม้า)

นึกย้อนกลับไป เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เรียนกำลังจะบินไปเรียนต่อ อาเตี๋ยกับอาอี๊ อุตส่าห์มาส่งที่สนามบิน ทั้ง ๆ ที่มันเป็นการบินตอนมืดค่ำ อาเตี๋ยยังพูดติดตลกว่า รี่ไปเรียนหนังสือตั้งนานหลายปี กลับมา ไม่รู้จะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ...

พอรี่เรียนจบกลับมา ก็มีแวะไปไหว้ อาเตี๋ย อาอี๋ แล้วก็ไม่ค่อยได้พบเจอกันเท่าไร เนื่องจากหน้าที่การงานรัดตัว เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ค่อยมีเวลา มาได้พบเจออาเตี๋ยอีกที ก็เป็นที่โรงพยาบาลแล้ว รี่ไปเยี่ยมอาเตี๋ย สองสามครั้ง ท่านเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลเรื่อย จนกระทั่งก่อนเปิดเทอมที่ผ่านมา เมื่อรี่รู้ข่าวว่า อาเตี๋ยเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว จึงรีบไปเยี่ยม หลังจากนั้นอีกสัปดาห์ อาเตี๋ยก็จากไป

ในงานวันณาปนกิจ ทางครอบครัวอาเตี๋ย ให้รี่ช่วยถ่ายรูปให้ เพราะเนื่องจากสมาชิกในครอบครัวคงวุ่นวายกับงานพิธี รี่เลยได้ขึ้นไปประจำอยู่บนเมรุ ได้เห็นทุกเหตุการณ์ จนกระทั่งถึงขึ้นตอนสุดท้าย ตอนที่เจ้าหน้าที่นำโลงเข้าสู่เตาเผา

รี่ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานมากแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็น คือเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ป๊าเสียนั่นเอง ไม่ว่าวันนั้นและวันนี้ สิ่งที่รี่ได้เรียนรู้คือ ความไม่มีอะไรของชีวิต สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราหรือใคร ก็กลายเป็นเพียงธุลีที่กลับคืนสู่ธรรมชาตินั่นเอง

ถ้าย้อนกลับไปเป็นเมื่อก่อน รี่ไม่สามารถมาเขียนอะไรแบบนี้ได้ ถ้าติดตามอ่านกันมา คงทราบกันดีว่า รี่แทบไม่เคยเขียนเล่ารายละเอียดการเสียคุณพ่อไป ทั้ง ๆ ที่ตั้งแต่ท่านเสีย ไม่มีวันไหนที่รี่ไม่นึกถึง  รี่คิดถึงท่านมาก บางครั้งพบเห็นพบเจออะไรในชีวิตประจำวัน อยากจะกลับบ้านไปเล่าให้ท่านฟังเหมือนในอดีต แล้วต้องรู้สึกเจ็บแปลบในใจ เมื่อรู้ว่า รี่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้แล้ว

ทั้งป๊า ทั้งรี่ เป็นคนชอบเขียนชอบเล่า ตอนรี่เรียนหนังสืออยู่ออสเตรเลีย ป๊าใช้เวลาเลิกงานทุกวัน เขียนจดหมาย ตัดข่าวที่เมืองไทย เขียนเล่านู่นเล่านี่ เก็บจนครบอาทิตย์ที ก็ส่งไปให้รี่ที รี่ก็เขียนโปสการ์ดส่งให้ป๊าเกือบทุกวัน พอรี่เรียนจบกลับมาอยู่บ้านเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ป๊าก็เสียชีวิตอย่างกระทันหัน แบบไม่มีเหตุมาก่อน รี่ช็อคมาก จำได้ว่า ตอนนั้นรู้สึกว่าชีวิตที่ต่อไป มันไม่มีเหลืออะไรอีกแล้ว เหมือนชีวิตที่ไม่มีหางสือ แค่มีชีวิตอยู่ให้มันผ่านอายุขัยไปวัน ๆ

มาวันนี้ รี่คิดว่า ถึงเวลาแล้วที่รี่ควรทิ้งความรู้สึกเจ็บปวดพวกนั้นไว้เบื้องหลัง รี่ผ่านชีวิตมาพอที่จะเรียนรู้กฏธรรมชาติให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เข้าใจแบบที่สามารถยอมรับมันเป็นส่วนหนึ่งได้ รี่พยายามฝึกตนไม่เอาตัวเองไปผูกติดกับจริตความเศร้า ความโศก ความเสียใจ ความโหยหา ยึดติดกับการมีตัวตนของบุคคลอันเป็นที่รัก  เก็บความรักและความผูกผันที่เรามีต่อเขาเหล่านั้นไว้ในใจ หวนคิดถึงแต่ความทรงจำที่ดี ความระลึกถึงที่มีต่อไปทุกวันจากนี้ จะไม่ใช่ความคิดถึงที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองและน้ำตาอีกต่อไป แต่รี่จะยิ้มและหัวเราะไปกับมัน ...




Bengawan Solo
ขับร้องโดย Claressa Monteiro

 

เกี่ยวกัุบเพลง

Bengawan Solo เป็นเพลงโปรดของป๊าค่ะ ตั้งใจว่า ต่อไปนี้ ฟังเพลงนี้ รี่จะพยายามไม่ร้องไห้ไปกับมันอีก :)

we are in diaryis.com family | developed by 7republic