You deserve it ...


 คำว่า deserve เป็นหนึ่งในคำภาษาอังกฤษที่รี่ชอบมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมันไปอยู่ในประโยค You deserve it ที่ใครสักคนพูดกับเรา สำหรับความสำเร็จในงานของเราหลังจากความพยายามและความอุตสาหะ มันช่างเป็นประโยคทีเต็มไปด้วยความเป็นเหตุเป็นผล เพราะเรานั้นได้พากเพียรพยายามแล้ว ในที่สุดจึงได้รับสิ่งที่สมควรจะได้ ซึ่งรี่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า หลักตรรกะืพื้นฐานเช่นนี้อาจกลายเป็นสิ่งประหลาดสำหรับกลุ่มคนในบางสังคม แต่นั่นยังไม่ทำให้รี่ตกใจเท่ากับ สังคมที่รี่กำลังจะพูดถึงนั้น คือสังคมของการศึกษา สังคมของครูบาอาจารย์

รี่ไม่รู้ว่า เป็นเพราะสังคมไทย เต็มไปด้วยระบบเกื้อหนุนพวกพ้องมากเกินไปหรือเปล่า ครูบาอาจารย์หลายคนในมหาวิทยาลัยจึงไม่มีความเข้าใจในหลักการความเป็นเหตุผลที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ เ็ด็กเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง แม้แต่ความเข้าใจในหลักการเบื้องต้นของวิชานั้น อาจารย์บางคนยังสามารถที่จะหลับหูหลับตาปล่อยผ่าน แถมสร้างคำพูดสวยหรูเคลือบความผิดพลาดให้ดูดีด้วย "เราควรให้โอกาสเด็ก"

แต่ความจริงคือ สิ่งที่พวกอาจารย์ "พระเอกขี่ม้าขาว" ในสายตานักศึกษา ทำนั่นแหละคือการ "ตัดโอกาส" เด็ก ที่จะได้เรียนรู้หลักการของเหตุและผลที่ถูกต้อง นักศึกษาไม่ต้องพยายามให้มากพอก็ได้ เพราะอาจารย์พร้อมที่จะเดินลงไปอุ้มชูขึ้นมา หรือบางคนให้เหตุผลว่า "สงสารเด็ก" ซึ่งช่างเป็นเรื่องที่น่าประหลาดมากว่า เหตุใดอาจารย์จึงมองวิชาชีพของตนเป็นเรื่องส่วนตัว ตัดสินเกรดด้วยความรู้สึกส่วนตัว ขาดจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม

จริงอยู่ที่ว่าเกรดไม่ใช่่ทุกสิ่งที่ตัดสินความสามารถของบุคคล แต่อย่าลืมว่า ผู้คนภายนอกที่ต้องรับคนที่ไม่รู้จักมาก่อนเพื่อเข้ามาทำงาน สิ่งเดียวที่พอจะดูได้บ้าง คงหนีไม่พ้นใบผลการเรียนของคนคนนั้น และการที่อาจารย์ใช้ความสงสาร ความรู้สึกส่วนตัว ให้เกรดที่ไม่สมกับประสิทธิภาพที่นักศึกษาควรที่จะได้ เท่ากับอาจารย์กำลังให้ข้อมูลสร้างภาพที่หลอกลวงต่อสังคม

สิ่งที่อาจารย์ปฏิบัติต่อนักศึกษาคือสิ่งที่นักศึกษาได้เรียนรู้ที่จะปฏิบัติตาม หากอาจารย์เป็นคนที่ใช้หลักเหตุและผลกับนักศึกษา นักศึกษาจะเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตนเป็นคนที่มีเหตุผล หากอาจารย์เป็นคนที่ยึดมั่นในกฏ ระเบียบ วินัย นักศึกษาจะเรียนรู้ที่ยึดถือระเบียบวินัยเป็นสำคัญ

หากแต่ถ้าอาจารย์ให้เกรดลอยไร้ความหมายกับนักศึกษา นักศึกษาก็ได้เรียนรู้ว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากนัก เอาเวลาไปสนุกสนานสำราญเรื่องอื่น เพราะอย่างไรเสีย อาจารย์ก็ปล่อยเกรดให้ได้ดีกันถ้วนหน้า หากอาจารย์ที่เห็นแววตาอ้อนวอนของนักศึกษา เกิดความเวทนาสงสาร ช่วยเหลือให้เกรดที่สามารถผ่านไปได้ นักศึกษาก็จะได้เรียนรู้ว่า แค่รู้จักใช้คำพูด สายตา เรียกร้องความสงสาร ก็สามารถได้ผลตอบแทนที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องพากเพียร ไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก

แม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ของชาติที่เบี้ยว มีแต่สร้างสิ่งที่บิดเบี้ยวออกมา แล้วที่รี่รู้สึกเศร้าคือ นับวันทำไมพิมพ์เบี้ยว ๆ นี้ ถึงมีให้พบเห็นเกลื่อนกลาดไปหมด แล้วเรากำลังรอที่จะเห็นคนรุ่นถัดจากเราเป็นคนประเภทไหนกันคะ!?!

อยากให่้ใครที่เห็นด้วยกับสิ่งที่รี่แสดงความคิดเห็นไว้ที่เอนทรีนี้ ร่วมด้วยช่วยกันเรียกร้องให้ครูบาอาจารย์มีจิตสำนึกสาธารณะ  เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มี "คุณภาพ" ให้กับสังคมต่อไป ...

 


 

1) Lullabying

2) Crazy Dog
2) Is That What Happened?
ประพันธ์ John Barry
บรรเลง English Chamber Orchestra

we are in diaryis.com family | developed by 7republic