จากกุหลาบห้าดอก ...


เรื่องมันมีอยู่ว่า วันนี้รี่ไปเดินเล่นตลาดนัด เจอแผงขายมาลัย และเหลือบไปเห็นเขาขายดอกกุหลาบสีแดงแป๋นแหร๋นมัดขายเป็นช่ออยู่ ช่อหนึ่งมีห้าดอก และไม่รู้นึกรี่นึกครึ้มอกครึ้มใจอะไร หรืออาจด้วยเพราะอากาศที่ร้อนจัดทำให้รู้สึกมีน ๆ งง ๆ  ดันเผลอฉวยคว้าดอกกุหลาบมาหนึ่งช่อ ยิ้มแล้วยื่นตังค์ส่งให้แม่ค้า

ปั่นจักรยานกลับมาที่ออฟฟิศ รี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ออฟฟิศตัวเอง ไม่มีแจกันสักกะใบ เพราะร้อยวันพันปี มีที่ไหนที่รี่จะนึกหาดอกไม้มาใส่แจกัน แล้วเอาอย่างไรดีกัับเจ้าดอกกุหลาบที่ซื้อมานี้

หลังจากกวาดตามองบนโต๊ะตัวเอง สุดท้ายรี่ก็ค้บพบของบางสิ่งที่พอจะแปลงมาเป็นแจกันได้ นั่นคือ แก้วน้ำ ที่รี่ใช้ดื่มน้ำอยู่ทุกวันนั่นเอง (ฉวยมาใช้ชั่วคราวก่อน ช่วงนี้ก็ใช้ถ้วยดื่มน้ำแทนแก้วไปพลาง ๆ ก่อน ^^')

ตัด ๆ ปัก ๆ ลงใน "แจกันจำเป็น" แล้วเพ่งพิศผลงานตัวเอง ก็ต้องขมวดคิ้วย่นทีเดียว เพราะภาพดอกไม้ใน "แจกันจำเป็น" ของรี่ มันดูกระหร๋องกระแหร๋งเสียเหลือเกิน จำนวนดอกไม้ที่มีอยู่เพียงห้าดอกน้อยนิด ไม่เข้ากับขนาดแจกันเสียเลย

ตอนแรกรี่ก็รู้สึกว่า ช่างมันเถอะ พยายามอย่าหันไปมองมัน  แต่พอรี่นั่งทำงานไป สักพัก มันก็อดไม่ได้ที่จะหันไปเจอเจ้าแจกันดอกไม้ง็องแง็งนั่น แล้วพอได้เห็น ก็รู้สึกหงุดหงิดในหัวใจ และแล้วในที่สุด รี่ก็พ่ายแพ้...

ยอมออกไปจากออฟฟิศตอนแดดเปรี้ยง ขี่จักรยานตากแดดไป เพียงเพื่อกลับไปแผงขายมาลัยที่ตลาดนัด ซื้อดอกไม้เพิ่มมาใส่แจกันเพื่อให้มันดูดีขึ้นมาบ้าง

แผงขายดอกไม้นี้ ก็ช่างมีดอกไม้ให้เลือกมากมายเสียเหลือเกิน มีแต่กุหลาบสีแดงที่รี่ได้ซื้อไปแล้ว และกำลังจะซื้อเพิ่ม (รี่ไม่ได้ชอบดอกกุหลาบสีแดงเลย และไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดแม่คุณจึงหาเรื่องซื้อให้เป็นภาระตั้งแต่ทีแรก - -') ดอกดาวเรือง และดอกหญ้าสีม่วง ซึ่งสองดอกหลังนี้ มันไม่ได้ดูไปกันได้ดีกับดอกกุหลาบสีแดงเสียเท่าไร แต่รี่ต้องการหาดอกไม้อื่นมาแซมบ้าง ดังนั้นเลยต้องตัดใจซื้อดอกหญ้ามา เพราะดูไปกับกุหลาบแดง เข้าทีกว่าดอกดาวเรือง 

 ปั่นจักรยาน ตากแดงเปรี้ยงกลับมาที่ออฟฟิศ เพื่อรีบจัดการรื้อแด่งองค์ทรงเครื่อง "ดอกไม้ในแจกัน" ของรี่ใหม่ รื้อไป รื้อมาอยู่นานโขทีเดียว จนรี่ตระหนักได้ว่า ด้วยทรัพยากรที่จำกัดขนาดนี้ รี่จะมีปัญญาทำมันให้สวยเลิศขนาดไหนกํนเชียว องค์ประกอบของสีดอกไม้ที่มาประกอบกันกับแจกันก็ไม่ได้ไปด้วยกันได้ดีเสียเท่าไรตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว รี่ควรจะหายบ้า พึงพอใจและยอมรับกับภาพที่เห็นอยู่ตรงนี้ แล้วหันไปสนใจสิ่งอื่นในชีวิตต่อไปดีกว่า

และนี่คือผลงานความบ้าของรี่ ที่ลงทุนปั่นจักรยานตากแดดเปรี้ยงตอนเที่ยง ขี่ไป ๆ มา ๆ เพียงเพื่อซื้อดอกไม้ราวกับคนว่างงาน จากปัญหาที่เิริ่มต้นเพียงแค่ดันเคลิ้มใจไปซื้อกุหลาบมาห้าดอก


 

ไม่ได้สร้างความพึ่งพอใจโดยสมบูรณ์กับรี่ แต่หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วเกินที่จะอยู่ร่วมห้องเดียวกัน แต่ที่แน่แท้เลยคือ ครั้งหน้าที่รี่ได้ไปเดินตลาดนัดอีก รี่จะเดินห่างให้ไกลจากแผงขายดอกไม้ และจะไม่มีวันไปเผลอฉวยคว้าช่อดอกกุหลาบที่ไหนติดไม้ติดมือให้เป็นภาระอีก ...

 


Complainte De La Butte
ข้บร้องโดย Cora Vaucaire

En haut de la rue St-Vincent
Un poète et une inconnue
S’aimèrent l’espace d’un instant
Mais il ne l’a jamais revue


At the top of St-Vincent street
A poet and a  stranger
Loved each other the space of a moment
But he never saw her again


Cette chanson il composa
Espérant que son inconnue
Un matin de printemps l’entendra
Quelque part au coin d’une rue

This song he wrote
Hoping that his (female) stranger
Will hear it on a spring morning
Somewhere on a street corner

La lune trop blême
Pose un diadème
Sur tes cheveux roux
La lune trop rousse
De gloire éclabousse
Ton jupon plein de trous

The moon too wan
Puts a diadem
On your red hair
The moon too red
Blinds gloriously
Your underskirt full of holes


La lune trop pâle
Caresse l’opale
De tes yeux blasés
Princesse de la rue
Soit la bienvenue
Dans mon cœur blessé

The moon too pale
Caresses the opal
Of your tired eyes
Princess of the street
Be welcome
In my broken heart


Les escaliers de la butte sont durs aux miséreux
Les ailes des moulins protègent les amoureux
The steps of the mound are hard to the destitute
The wings of the windmills protect lovers



Petite mendigote
Je sens ta menotte
Qui cherche ma main
Je sens ta poitrine
Et ta taille fine
J’oublie mon chagrin
Little beggar
I feel your shackle
That seeks my hand
I feel your chest
And your slim waist
I forget my sorrow


Je sens sur tes lèvres
Une odeur de fièvre
De gosse mal nourri
Et sous ta caresse
Je sens une ivresse
Qui m’anéantit
I smell on your lips
The smell of fever
Of a malnourished child
And under your caress
I feel a rapture
That destroys me


Les escaliers de la butte sont durs aux miséreux
Les ailes des moulins protègent les amoureux
The steps of the mound are hard to the destitute
The wings of the windmills protect lovers

 
Mais voilà qu’il flotte
La lune se trotte
La princesse aussi
Sous le ciel sans lune
Je pleure à la brune
Mon rêve évanoui

But see he floats
The moon scampers
The princess too
Under the moonless sky
I cry to the fog
My vanishing dream

 

(ที่มา: http://www.songmeanings.net/songs/view/119125/)

  


we are in diaryis.com family | developed by 7republic