ตราบจันทร์ละจากฟ้า

 

Till the moon deserts the sky
Till the all the seas run dry
Till then I'll worship you 

ตราบจันทร์ละจากฟ้า
ตราบทะเลเหือดแห้ง
ตราบนั้นฉันยังบูชาเธอ



Till the tropic sun turns cold
Till this young world grows old

My darling, I'll adore you

ตราบอาทิตย์กลายผันเป็นเหน็บหนาว

ตราบโลกอ่อนเยาว์ผลัดเปลี่ยนสู่ความชรา
ตราบนั้น ฉันยังหลงใหลเธอ ผู้เป็นที่รัก


You are my reason to live
All I own I would give
Just to have you adore me

ชีวิตฉันดำรงอยู่ด้วยเพราะเธอ
พร้อมละทุกสิ่งที่ครอบครอง
หากเพียงแค่มีเธอที่ชื่นชม


Till the rivers flow upstream
Till lovers cease to dream
Till then I'm yours, be mine

ตราบแม่น้ำจะไหลทวน
ตราบคู่รักจะหยุดฝัน
ตราบนั้น ฉันยังคงเป็นของเธอ และได้โปรดเป็นของฉัน

.........................................

 

หนึ่งในนิสัยแย่ประจำตัวของรี่คือ ความเป็นมนุษย์ผู้หลงยึดติดกับวาจาคำพูดไพเราะ เสนาะหู ชวนฟัง และออกจะขี้รำคาญง่ายกับพวกมนุษย์ที่พูดจาไม่รู้เรื่อง ลำดับความคิดแบบไม่มีที่มาที่ไป สื่อสารไม่ได้ใจความ

อย่างที่ออกตัวแต่แรกว่า นี่คือ "นิสัยที่แย่" เพราะที่ว่ามานั้น เป็นความพึงพอใจของมนุษย์ที่ยังคงมีกิเลสคนหนึ่ง ที่หลงกับสิ่งประดิษฐ์ปรุงแต่งบางอย่าง แม้จะรู้ว่าสิ่งนั้นอาจไม่ใช่เป็นสิ่งที่แสดงเนื้อในที่แท้จริง ด้วยเหตุนี้ นิสัยที่รี่ว่ามาจึงน่าจะจัดเข้าข่าย "รสนิยมส่วนบุคคล" ที่คงไม่จำเป็นต้องเอามาถกหาความถูกผิดกัน ณ ที่นี้

นอกจากนี้ คำว่า "ไพเราะ เสนาะหู ชวนฟัง" ที่รี่ว่านั้น ไม่ได้หมายถึง เฝ้าพูดใส่คำหวานพร่ำเพรื่อจนเลี่ยนแบบยัดเยียด ไร้รสนิยม แต่หมายถึงการรู้จักใช้คำได้เหมาะสมกับที่ต้องการจะสื่อสารออกมา ทำให้ผู้ฟังสามารถสัมผัสได้ถึงความหมายนั้นอย่างซาบซึ้ง

ยามเมื่อฟังเพลง มนุษย์ไดโนเสาร์เช่นรี่ จึงแสวงหาความละเมียดละไมของดนตรีและการจำนรรจาในบทเพลง  และต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดทุกครั้ง ที่ต้องไปเผลอทนฟังเสียงเพลงสมัยใหม่จังหวะกระแทกกระทั้น หรือเนื้อเพลงพูดถึงความรักเป็นนั่นเป็นนี่ที่ดูไม่เข้าที แม้กระทั่ง "ตับไตไส้พุง" ที่รี่แทบคิดเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะนำมาพาดพิงกับความรัก

ส่วนในโลกชีวิตประจำวัน บางทีรี่ต้องพบเจอมนุษย์ที่พูดจาเจื้อยแจ้วไปเรื่อย คำพูดคำจาบางทีก็ฟังแล้วชวนเสียดหู หรือคนบางคนก็ช่างพูดจาได้สะเปะสะปะไม่รู้เรื่อง วนไปเวียนมาน่ารำคาญ ชวนให้เวียนหัว แต่ด้วยหน้าที่หรือมารยาททางสังคม บางทีจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต้องนั่งอดทนฟังกันต่อไป

เมื่อไรก็ตาม ที่สามารถพาตัวเองหลุดมาอยู่ในโลกส่วนตัวได้ ไม่ต้องออกไปใช้ชีวิตพบเจอมนุษย์ที่ไหน เวลานั้น จึงเป็นเวลาทองที่รี่จะขอขจัดความหยาบกร้านที่หลงติดหูมา ให้ลืมกันไปเลยว่า รี่อยู่ในโลกยุคปัจจุบันที่วุ่นวาย มีแต่ผู้คนกระเสือกกระสน รีบเร่ง แต่ยังคงมีโลกเล็ก ๆ ที่สงบสุข ขับกล่อมด้วยดนตรีละเมียดละไมชวนฝัน หลับตาพริ้ม เคลิ้มไปกับบทเพลง ...

 



Till

ดนตรี โดย Charles Danvers
เนื้อเพลง โดย Carl Sigman
ขับร้อง โดย Jane Morgan

 

เกี่ยวกับเพลง

เหมือน เคยเล่าว่า รี่มีสามเพลงรักเพลงโปรดที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า 'Till' นั่นคือ Till The End Of Time, Till There Were You และเพลงนี้ล่ะค่ะ Till

ทั้ง สามเพลง เป็นเพลงที่มีเนื้อหาซาบซึ้งไม่ต่างกัน จนรี่คิดว่า ที่เป็นเช่นนั้น เพราะคำว่า 'Till' เป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้งในตัวของมันเอง ว่าไหมคะ? คำว่า 'Till' สั้น ๆ คำเดียว สามารถชวนให้หวนคิดถึงหลายอย่าง ไม่ว่าการมองไปอนาคตข้างด้วยความหวังที่จะพบเจอสิ่งที่ดีขึ้น หรือการอยู่กับปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นสุขหรือทุกข์เพื่อรอคอยการเปลี่ยนแปลงใน สักวันหนึ่ง

ผู้ที่เขียนเนื้อเพลงนี้คือ Carl Sigman นักประพันธ์เนื้อเพลงชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงใน ยุคบิ๊กแบรนด์ ประพันธ์เพลงฮิตหลายเพลง และหนึ่งในนั้นรี่ก็หยิบมาเปิดในไดอารี่หลายครั้ง เพราะด้วยความชอบในเนื้อเพลง นั่นคือ Answer Me (Oh My Love) ส่วนเพลง Till นี้ รี่ก็เคยหยิบมาเปิดในไดอารี่ แต่เป็นฉบับการขับร้องของวง The Vogues ซึ่งเดิมที รี่เข้าใจว่า นั่นเป็นฉบับแรกของเพลงนี้ ทีไหนได้ มีนักร้องหลายคนขับขานเพลงนี้มาก่อนหน้าวง The Vogues ไม่ว่าจะเป็น Shirley Bassey หรือ Caterina Valente ในภาษาอิตาเลี่ยน

แต่เอนทรีนี้ รี่ขอเลือกเสียงสุดหวานของ Jane Morgan มาเปิดค่ะ ด้วยความรู้สึกอยากส่วนตัวค่ะ ด้วยเหตุว่า รู้สึกชีวิตช่วงนี้ของตัวเองแห้งแล้งอย่างไรก็ไม่รู้ เลยอยากฟังเสียงหวาน ๆ ของเธอคนนี้ ก็แค่ขอสัมผัสความหวานอะไรในชีวิตบ้างค่ะ :)

we are in diaryis.com family | developed by 7republic