ค่ำคืน ดวงดารา และเธอ


นานมาแล้ว รี่เคยเขียนเล่าในไดอารี่เล่มนี้ว่า ด้วยหน้าที่การงานในเมืองไทย คงทำให้รี่ห่างเหินจากไดอารี่เล่มนี้ไปมากกว่าเดิม แต่รี่ก็พยายามจะกลับมาเขียน เคยตั้งใจว่า สักอาทิตย์ละครั้ง ไป ๆ มา ๆ ความตั้งใจนั้นก็เลือนไปเสีย  เอาเูถอะ สักสองอาทิตย์ครั้ง แล้วความตั้งใจมันก็ถอยหล่นไปเรื่อย จนกลายเป็นเดือนละครั้ง แล้วตอนนี้ละ? มันกลายเป็นสองเดือนครั้งไปเสียแล้ว เพราะเอนทรีสุดท้ายที่ผ่านมาคือเดือนกรกฏาคม เขียนอยู่เอนทรีเดียว ^^" อืม... ช่างไม่น่าเชื่อว่า นี้คือไดอารี่ที่ครั้งหนึ่งรี่เคยขยันเขียนเกือบทุกวัน ...

จริง ๆ ถ้าไม่มีแรงดึงดูดอะไร รี่ก็คงยังไม่กลับมาอยู่ดี ซึ่งแรงดึงดูดที่ว่านั้นมีสองแรงเสียด้วย มันเลยมีพลังพอจะลากรี่กลับมาเปิดหน้าใหม่ของไดอารี่นี้

แรงดึงดูดแรก คือ วันนี้เป็นวันที่รี่ได้เป็นไทแก่ตัวสำหรับภาคการศึกษานี้ มีเลคเชอร์ตอนบ่ายวันอาทิตย์นี้เป็นวันสุดท้าย หมดคาบแล้ว รู้สึกเหมือนได้หายใจเต็มปอด แม้ว่าความเป็นไทนี้ จะมีเวลาเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ก็ตามก่อนที่จะเปิดเทอมใหม่  ความรู้สึกผ่อนคลายจากภาระงานอันน่าเบื่อนี้ รี่เลยอารมณ์ดี ฟังเพลง จิบกาแฟ แล้วนึกอยากเขียนอะไรก็อกแก็กไปเรื่อยเสียหน่อย

แรงดึงดูดที่สอง คือภาพภาพนี้ค่ะ เป็นภาพที่มิตรสหายในหน้าไดอารี่ของรี่โพสให้ดูเมื่อวันก่อน ...



.: โปสการ์ดจาก Southampton ถึงกรุงเทพฯ :.

 

สารภาพว่า รี่เห็นครั้งแรก แม้จะเป็นโปสการ์ดที่รี่เป็นผู้เขียนเองก็ตาม รี่แทบจะจำอะไรไม่ได้เลยเกี่ยวกับโปสการ์ดใบนี้ แล้วต้องมาอาศัยการลำดับเรื่องราวใหม่จากการตามอ่านเนื้อความในภาพ

เป็นโปสการ์ดที่เขียนเมื่อห้าปีก่อน (ไม่ใช่รี่รำลึกได้เองหรอก อาศัยคำนวณเอาจากวันที่เขียนอยู่บนโปสการ์ด และนี่เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่า ไม่ว่าจะเขียนหาใครหรือจดบันทึกเรื่องราวอะไร จงลงวันทีีที่ขียนไว้เสมอ กาลเวลาผันผ่านไป แล้วต้องมานึกท้าวความทีหลัง อย่างน้อยวันที่อาจจะช่วนให้พอนึกอะไรออกบ้าง) รี่เขียนส่งให้มิตรในไดอารี่ เนื่องด้วยการร่วมตอบคำถามชิงรางวัลเป็นโปสการ์ดใบนี้ ซึ่งมาบัดนี้รี่ก็จำไม่แม่นเสียแล้วว่า คำถามนั้นคืออะไร แต่ภาพที่รี่กลับมองเห็นลอยเด่นอยู่ตรงหน้ามากขึ้น กลับเป็นภาพที่เหมือนดึงรี่หลุดลอยไปจากทุ่งรังสิตชั่วคราว ...

รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งหลุดมาจากรถไฟใต้ดินในลอนดอน เดินออกมาจากสถานี Charing Cross โผล่มายืนเด่นอยู่หน้าจตุรัส Trafargar ที่หนาแน่นไปด้วยฝูงนักท่องเที่ยวเสมอ ตรงหน้าคือหอศิลป์แห่งชาติ ขวามือคือโบสถ์ St Martin-in-the-Fields ที่รี่จำได้แม้กระทั่งว่าทุกช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมง ที่นี่จะมี free luncheon concert แสดงทุกวัน


.: จตุรัส Trafalgar หอศิลป์แห่งชาติ และโบสถ์ St Martin-in-the-Fields


ส่วนตัวรี่ไม่ค่อยสนใจจะเดินตรงไปข้างหน้าเพื่อเข้าประตูหลักของหอศิลป์เสียเท่าไร แต่รี่มักจะเดินอ้อมไปทางซ้ายเพื่อไปยังปีก Sainsbury ซึ่งเป็นอาคารส่วนต่อแยกมาจากอาคารเดิมของหอศิลป์ 


.: ปีก Sainsbury ของหอศิลป์  :.

 

เมื่อเข้าประตูหนาที่เป็นแบบผลักแล้วหมุนได้เข้าไป ซ้ายมือจะเป็นร้านขายของที่ระลึกของหอศิลป์แห่งนี้ จริง ๆ มีร้านของของที่ระลึกอีกหลายจุดในหอศิลป์ แต่ร้านที่ปีก Sainsbury นี้แหละ คือร้านที่รี่ชอบไปเดินมากที่สุด เหตุผลคือ ร้านนี้มีพื้นที่มากที่สุด ดังนั้นนอกจากจะมีส่วนที่ขายของที่ระลึกแล้ว ยังมีร้านหนังสือในนั้น และไม่ใช่แค่หนังสือที่ตีพิมพ์โดยทางหอศิิลป์เองเท่านั้น แต่ยังมีหนังสือทางศิลปะทั่วไปจากหลากหลายสำนักพิมพ์ นอกจากนี้ ยังมีมุมให้นั่งอ่านได้อย่างสบาย และนั่นจึงเป็นเหตุที่รี่ชอบไปสิงตัวอยู่ที่ร้านหนังสือร้านนี้อยู่เสมอ หากรู้สึกเหนื่อยกับการเดินชมภาพในหอศิลป์แห่งนี้

รี่จำได้แม่กระทั่่งว่าอะไรอยู่ตรงไหน ซ้ายมือสุด เป็นพวกโซนขายของที่ระลึกแบบราคาแพงหน่อย เช่นเนคไท ผ้าพันคอไหม เครื่องประดับ ถัดมาก็เป็นของระลึกทั่วไป ขวามือเป็นส่วนของร้านหนังสือ มือขวามือด้านหลังเป็นจุดที่ให้สั่งภาพพิมพ์ของภาพในคอลเลคชั่นของหอศิลป์แห่งนี้ ส่วนด้านหลังเป็นแผงโปสการ์ดที่เป็นภาพเขียนต่าง ๆ ของหอศิลป์แห่งนี้ และโปสการ์ดใบนี้ที่รี่ส่งเมื่อห้าปีก่อน แน่นอนว่ารี่ซื้อมาจากร้านนี้นั่นเอง

เนื้อความที่รี่อ่าน ทำให้รี่รู้ทันทีว่าภาพด้านหน้าของโปสการ์ดนี้คือภาพไหน แล้วภาพจริงนี้ ก็อยู่ที่ปีก Sainsbury นี้เองค่ะ ถ้าเดินออกจากร้านหนังสือ เดินขึ้นไปอีกสองชั้น จะถึงชั้นแสดงภาพของปีก Sainsbury นี้ ซึ่งจัดแสดงภาพเขียนในช่วงศวรรษที่ 13 - 15 ของยุโรปค่ะ รี่จำได้แม้กระทั่งว่า จากบันไดที่มาถึงชั้นที่สองนี้ ห้องแรกที่จะเจอ จะเป็นพวกยุคต้นของศิลปะเรเนสซองก์ ห้องแรก ๆ นี้จะเน้นงานภาพประดับบนแท่นบูชาหรือพวกกางเขนใหญ่ที่แขวนในโบสถ์ เดินลึกเข้าไปเรื่อยจะไปถึงห้องหมายเลข 58 ซึ่งเป็นห้องที่ภาพเชียนหน้าโปสการ์ดใบนี้จัดแสดงอยู่ นั่นคือภาพนี้ค่ะ



.: ภาพเขียนเทพวีนัสและมาร์สของ Botticelli :.

 

ภาพเขียนของ Botticelli ภาพของเทพวีนัสและเทพมาร์สที่นอนหลับไหล มีเหล่าภูติน้อยหยอกเย้า เป็นภาพที่มีขนาดยาวมาก และเมื่อทางหอศิลป์ไปทำเป็นโปสการ์ด ก็ทำขนาดยาวกกว่าโปสการ์ดปกติ เห็นภาพนี้สวยงามชัดเจน จึงเป็นโปสการ์ดใบนี้รี่ชอบซื้อเก็บสะสมไว้บ่อยที่สุดเวลาไปเยี่ยมเยียนที่หอศิลป์แห่งนี้

รี่ประหลาดใจกับความทรงจำของตัวเองในเรื่องนี้ มันช่างชัดเจน แจ่มชัดเหมือนมันเพิ่งเกิดเมื่อวันสองวันนี้ ทั้ง ๆ ที่รี่ไม่ได้ไปเยือนสถานที่นั้นหลากหลายปีแล้วก็ตาม แล้วรี่ก็ได้คำตอบกับตัวเองว่า คงเป็นเพราะเวลารี่อยู่ที่เดินอยู่ในหอศิลป์ที่ลอนดอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่รี่มีความสุขมาก รี่จึงจดจำทุกเหตุการณ์ได้ชัดเจน แล้วยินดีที่ีจะหวนกลับไประลึกถึงมันเสมอ เพราะทุกครั้งที่ได้คิดถึง รู้สึกหัวใจเต็มเปี่ยมด้วยความสดชื่นแจ่มใส (... และถ้าใช้หลักตรระกะเดียวกับ ยามเมื่อรี่เกษียณไปหรือเลิกสอนหนังสือ รี่คงจำผู้คนและเหตุการณ์อะไรที่ทุ่งรังสิตนี้ไม่ได้เลยกระมัง!!! ;P)

 

รี่รู้สึกดีึใจและนึกขอบคุณมิตรรักไดอารี่ของรี่ ที่ส่งภาพถ่ายเนื้อความของโปสการ์ดนี้มัน ทำให้รี่ได้นึกถึงความทรงจำในอดีตเปี่ยมด้วยความสดใสและสวยงามเสมอสำหรับรี่ ...

 




Midnight, the Stars and You
ขับร้องโดย Al Bowlly

Midnight with the stars and you
Midnight and a rendez-vous

Your eyes held a message tender
Saying "I surrender all my love to you"

Midnight brought us sweet romance
I know all my whole life through

I'll be remembering you
Whatever else I do

Midnight with the stars and you

we are in diaryis.com family | developed by 7republic