Smile through tears

 

ในที่สุด ชีวิตของผู้อพยพหนีน้ำท่วมที่กินเวลา 1 เดือน 6 วัน ของรี่ก็ได้จบสิ้นกันเสียที ณ ขณะนี้ รี่ได้กลับมาอยู่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ชีวิตช่วงหนีน้ำที่ระหกระเหินไปเรื่อย ใหม่ ๆ นอนตื่นขึ้นมาตอนเช้าที่โรงแรมที่พัทยา ยังรู้สึกงง  นึกว่าตัวเองเพิ่งฝันไป ฝันว่าเกิดน้ำท่วมใหญ่ในประวัติศาสตร์ ผู้คนต่างยากลำบาก ต้องแห่กันหนีน้ำจ้าละหวั่น เรื่องตลกร้ายเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแน่ ๆ มีเพียงแต่ในฝันที่ไร้สาระเพ้อเจ้อเท่านั้น แต่แล้วรี่ก็ต้องใช้เวลาสักสองสามวินาที ตั้งสติอีกครั้งเพื่อตระหนักว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น คือเรื่องจริง ประชาชนในประเทศนี้จำนวนมาก ต้องเล่นจริง เจ็บจริง ไม่มีสิทธิใช้แสตน์อิน!!!

วันคืนผ่านไป วันแล้ววันเล่า ได้แต่เฝ้ารอที่จะกลับบ้าน รี่ก็มานั่งใคร่ครวญว่า รี่จะคิดถึงบ้านอะไรกันหนักหนา เพราะเอาเข้าจริง ๆ ชีวิตรี่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ติดบ้านที่อยู่ปัจจุบันนี้เสียเท่าไร ช่วงเวลาในชีวิตที่ผ่านมา รี่ใช้เวลาอยู่สถานที่อื่นมากกว่าอยู่บ้านด้วยซ้ำ เรียนหนังสือเสียหลายปีในต่างประเทศ แล้วไม่ได้กลับบ้านเอาเสียเลย ถึงแม้เรียนจบ รี่ก็ไปทำงานห่างไกลจากบ้าน ไปใช้เวลาอยู่ที่ทำงานเป็นหลัก

ดังนั้นสิ่งที่รี่คิดถึงคืออะไรกันแน่?

สิ่งที่รี่คิดถึง ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่เรียกว่า "บ้าน" หรือ house แต่เป็นความรู้สึกของการได้อยู่ "บ้าน" หรือ home

คิดถึงการที่ตื่นนอนขึ้นมา หัวยุ่งฟู ขี้ตายังเขรอะ ก็เดินออกมาจากห้อง ไปไหนต่อไหนในบ้านได้  คิดถึงข้าวของเครื่องใช้ที่เราใช้จนคุ้นเคย จะหยิบจะจับก็รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ของที่ใช้ก็ล้วนเป็นแต่ของที่ถูกใจเรา และอื่น ๆ อีกมาก ที่เราเคยได้ทำอย่างสบายอารมณ์ที่บ้าน

เราอาจจะมีจาก "บ้าน" ไปธุระที่อื่นหรือพักผ่อนที่ไหนบ้างเป็นครั้งคราว แต่เราก็รู้ว่า เรามีกำหนดกลับเมื่อไร แล้วพอเราได้กลับ ทันทีที่เราถึงบ้าน เราก็จะได้อารมณ์ "อยู่บ้าน" ของตัวเอง กลับคืนมาอีกครั้งโดยทันที ซึ่งต่างกับการที่ต้องอพยพออกไปอยู่ที่อื่น เพราะนี่ไม่ใช่การไปท่องเที่ยวที่ไหน ไม่ได้ออกจากบ้านด้วยความเต็มใจ แต่ต้องออก ออกไปแล้ว ก็ไม่รู้ชัดเจนว่า จะได้กลับวันไหนเมื่อไร กลับมาแล้วก็ไม่รู้ว่า บ้านตัวเองจะอยู่ในสภาพไหน และจะต้องเผชิญปัญหาอะไรที่จะตามมาอีกบ้าง แม้รี่จะไปอยู่สถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยง ก็ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่จิตใจรู้สึกว่า "มาพักผ่อน"  และรี่ก็เชื่อว่า "ผู้อพยพ" ทั้งหลายก็คงเป็นเหมือนกับรี่

ถึงบัดนี้ ในหลายจุด น้ำก็ยังไม่ลด หลายคนก็ยังต้องใช้ชีวิตระหกระเหินนอกบ้านตัวเองต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสิ่งใดที่เกิดขึ้นจะเลวร้ายขนาดไหน มันก็ต้องมีวันจบ และไม่ว่าจะเจ็บปวดและเสียน้ำตาไปเท่าไร สุดท้ายเราก็ต้องทำ "บ้าน" ให้กลับมาเป็น "บ้าน" ได้ในที่สุด

ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องลุกขึ้นมาก้าวเดินกันต่อ ยิ้มไว้ แล้วจงสู้ต่อไปค่ะ ...


 



Alt Wien
(Whose yesterdays look backward with a smile through tears)
ประพันธ์ Leopold Godowsky
ไวโอลิน Charlie Siem

 

เกี่ยวกับเพลง

หนึ่งในหนังที่ได้ดูแก้เซ็งช่วงน้ำท่วม คือเรื่อง Kate&Leopold ...

อันที่จริง รี่เคยดูเรื่องนี้นานมาแล้วล่ะ นานเสียจน จำอะไรไม่ค่อยได้มาก นอกจากพระเอกหล่อ เท่ห์ มากถึงมากที่สุด  พอได้ dvd จากคุณต้องให้ยืมมาดูอีกรอบ ก็เข้าอีหรอบเดิม เนื้อเรื่องพล็อตอ่อนมาก ไม่น่า รี่ถึงจำอะไรไม่ค่อยได้มาก ประทับใจเหมือนเดิมและคงจะจดจำต่อไปสำหรับหนังเรื่องนี้คือ ความหล่อสุดใจขาดดิ้นของพระเอก lol

ถ้าใครเคยดูเรื่องนี้ อาจพอจำได้ว่า มีฉากสุดซื้งอันหนึ่ง ที่พระเอกที่หลุดมาจากศตวรรษที่ 19 ใช้วิธีแบบโบราณที่สุดแสนจะโรแมนติก เขียนจดหมายอย่างเป็นทางการชวนนางเอกมาทานข้าวที่ชั้นหลังคาตึกที่นางเอกพักอาศัยอยู่

อาหารและสถานที่ถูกตกแต่งไว้อย่างปราณีต พร้อมกับพระเอกได้ว่าจ้างให้นักดนตรีมาสีไวโอลินขับกล่อม และบทเพลงหนึ่งที่บรรเลงในช่วงที่พระเอกเต้นรำกับนางเอก เป็นเพลงที่ทำให้รี่สะดุดใจตั้งแต่ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก สุดท้ายก็ลืมเลือนไปที่จะหารายละเอียด กลับมาดูอีกครั้งและดูยามที่ว่างจัด เลยได้มีเวลามาเสาะแสวงหารายละเอียดและหาเพลงนี้มาเปิดในไดอารี่เอนทรีนี้

 Alt Wien หรือ Old Vienna ผลงานการประพันธ์ของ   Leopold Godowsky เขียนขึ้นในปี 1920 เป็นหนึ่งในบทเพลงชุดสำหรับเดี่ยวเปียโนที่ชื่อ Triakontameron โดย Godowsky เขียนต่อท้ายชื่อเพลงนี้เพื่อบรรยายภาพของเมืองเวียนนาในอดีตไว้ว่า "whose yesterdays look backward with a smile through tears"
 

ส่วน Alt Wien ในฉบับที่บรรเลงด้วยไวโอลินนั้น ถูกนำมาดัดแปลงโดย Jascha Heifetz ซึ่งถ้าใครอยากฟังต้นฉบับที่บรรเลงโดย Heifetz พร้อมภาพเก่า ๆ ของเมืองเวียนนา แนะนำให้ดูวิดีโอคลิปนี้ใน youtube เลยค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=CI-iAv2YV_k

ส่วนฉบับที่รี่เอามาลง ขอร่วมสมัยหน่อย ด้วยการเลือกผลงานการบรรเลงของนักไวโอลินหนุ่มอนาคตไกลชาวอังกฤษ Charlie Siem ที่ไปบันทึกในรายการของ National Public Radio

ขอให้สัมผัสความหวานซึ้งของบทเพลงนี้แล้วนอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 


we are in diaryis.com family | developed by 7republic