ชอบคำพูดของพี่ Big Sis ที่ว่า การฟังเพลง ถ้าเราได้รับรู้รายละเอียดของบทเพลงเหล่านั้น ไม่ว่าในแง่มุมใดก็ตาม จะทำให้เรารู้สึกว่า บทเพลงที่กำลังได้ฟังนั้น ไพเราะขึ้น
ไม่ได้เป็นคนที่มีความรู้ในทฤษฏีดนตรีใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่สัมผัสได้ก็มีเพียงแค่ ความรู้สึกว่าบทเพลงนั้นไพเราะสำหรับเราหรือไม่เท่านั้น
หากแต่บางครั้งก็เกิดความสนใจที่จะค้นหาเรื่องราวของบทเพลงเหล่านั้น อย่างน้อยก็ชื่อคนที่เขียนทำนองดนตรีและเนื้อเพลง เพราะรู้สึกว่า บทเพลงที่เราฟังแล้วรู้สึกไพเราะ เราควรที่จะขอบคุณคนที่สร้างสรรค์มันขึ้นมา
เพลงส่วนใหญ่ที่เอามาลงในไดอารี่ ถ้าสามารถหาข้อมูลได้ และวันนั้นไม่เกิดอาการเบลอจัดจนเกินไป ก็จะระบุชื่อผู้ประพันธ์บทเพลงนั้นด้วยนอกเหนือจากคนร้อง
และบันทึกหน้านี้คือบทเพลงต่าง ๆ ที่เคยเขียนถึงหรือไม่ก็เปิดในไดอารี่แล้วชอบมาก
ถ้าใครไม่ชอบเพลงเก่ามากถึงมากที่สุด ก็ปิดหน้านี้ไปได้เลย เพราะว่า เจ้าของไดอารี่นี้ เป็นคนหลงยุคมาเกิด ชอบของเก่าค่ำครึทุกประเภท รวมทั้งบทเพลงด้วย
ทำนอง: Jerome Kern
เนื้อเพลง: Oscar Hammerstein
ชอบเพลงนี่ที่สุดตรงที่ภาษาในบทเพลง คำแต่ละคำที่เลือกมาใช้ เป็นคำที่ไพเราะมากราวกับบทกวี
ฉบับที่ชอบที่สุดคือ ฉบับที่ขับร้องโดย Ella Fitzgerald แต่ที่เคยเปิดในไดอารี่ คือฉบับเสียร้องของ Helen Forrest ส่วนอีกฉบับร้องด้วยเสียงโซปราโนของ Kiri Te Kanawa ฉบับหลังนี้ฟังได้ที่ -> สายใย
Cheek To Cheek (1935)
ทำนอง: Irving Berlin
เนื้อเพลง: Irving Berlin
งานของคุณปู่ Berlin ผู้ที่ไม่เคยต้องไปเรียนการดนตรีจากสถาบันใด ๆ ทั้งสิ้น แต่สามารถเขียนเพลงทั้งทำนองและเนื้อ ออกมากลายเป็นเพลงที่งดงามได้
เพลงนี้ใช้ประกอบเรื่อง "Top Hat" ในปี 1935
Дорогой длинною
Dorogoj Dlinnoyu
ทำนอง: Boris Fomin
เนื้อเพลง: Konstantin Podrevskii
เพลงพื้นบ้านของรัสเชีย ที่ถูกนำไปแปลงเป็นเพลงในภาษาต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งเพลง "Those Were The Days, My Friend" ของ Mary Hopkins ที่โด่งดัง
Fascination (1932)
ทำนอง: F. D. Marchetti
เนื้อเพลง: D!ck Manning
เพลงนี้แม้จะเขียนขึ้นในปี 1932 แต่ถูกหลงลืมไปจนกระทั้ง 25 ปีให้หลัง กลับมาปรากฏเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "Love In the Afternoon" ที่แสดงโดย Gary Cooper กับ Audrey Hepburn
ที่เปิดในไดอารี่เป็นฉบับของ Jane Morgan
Hymne A L'Amour (1950)
หรือ Hymn To Love ชอบเพลงนี้มากที่สุดในฉบับที่เป็นเสียงของ Edith Piaf และรู้สึกว่า เพลงนี้ คือ เพลงของเธอ อย่างแท้จริง
ทำนอง Frederic Loewe
เนื้อเพลง Alan Jay Lerner
เป็นฟังที่ร่าเริงสุด ๆ ถ้าฟังก่อนนอนแล้ว จะพลอยหลงตามแม่ Eliza Doolittle จะไม่หลับไม่นอนไปด้วย อิ อิ
ฉบับที่เปิดในไดอารี่ เป็นเสียงร้องของ Kiri Te Kanawa นักร้องหญิงขวัญใจเรา
La Marseillaise
เนื้อร้องและทำนอง: Claude Joseph Rouget de Lisle
เพลงชาติฝรั่งเศส คงเป็นเพลงชาติที่คนทั่วโลกรู้จักดีที่สุดกระมัง และถ้าเป็นเด็กธรรมศาสตร์ก็คงคุ้นเคยกับทำนองดนตรีเพลงนี้ เพราะนี้คือเพลงที่ มาร์ชม.ธ.ก. เอาดนตรีมา
เพลงปลุกใจเพลงนี้ฟังแล้วหึกเหิมมาก เป็นเพลงที่เหล่าคณะปฏิวัติร้องในขณะนำขบวนเข้าสู่กรุงปารีสในการปฏิวัติฝรั่งเศสปี 1789
(รอบปฐมทัศน์ที่ปารีส ในปี 1875)
เนื้อเรื่องและทำนอง: Georges Bizet
เนื้อเพลง: Meilhac Halévy
เพลงที่รู้จักกันดีในชื่อ Habenera จากอุปรากร เรื่อง Carmen ของ Bizet
Let The Rest Of The World Go By (1919)
ทำนอง: Ernest R. Ball
เนื้อเพลง: J. Keirn Brennan
คนทั่วไปจะรู้จักเพลงนี้ฉบับของ D!ck Haymes ที่มาบันทึกไว้ในไป 1944 ทั้ง ๆ ที่เพลงนี้เป็นเพลงที่เก่ามาก เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1919
ฉบับที่เปิดในไดอารี่เป็นการขับร้อง Elizabeth Specer และ Charles Hart ในปี 1920
ชอบฟังเพลงนี้ ตอนที่มีความรู้สึกอยากหลุดจากโลกที่เป็นอยู่ไปที่ไหนสักที่ที่ known to God alone เหมือนที่เพลงเขาว่าไว้
On This Night Of A Thousand Stars
ประพันธ์: Andrew Lloyd Webber
ประทับใจเพลงนี้ ตั้งแต่ชื่อของเพลงเลย เราขอตั้งชื่อภาษาไทยว่า 'ราตรีแห่งพันดารา'
พอเปิดเพลงมาด้วยประโยคที่ว่า On this night of a thousand stars, let me take you to heaven's door ... ก็ยิ่งประทับใจเพิ่มไปอีก
ฉบับที่เอามาลงในไดอารี่ เป็นฉบับของภาพยนตร์เพลงเรื่อง Evita ที่คนร้องเพลงนี้ คือ Jimmy Nail
Rupert Bear (1996)
ทำนอง: Gabriel Yared
งานดนตรีประกอบภาพยนต์เรื่อง The English Patient เป็นท่อนที่ประกอบภาพเครื่องบิน Rupert Bear บินผ่านเหนือผืนทะเลทรายอันกว้างใหญ่
Salut D' Amour (1888)
ทำนอง: Edward Elgar
ท่อนบทเพลงหวานซึ้งสั้น ๆ ที่ Elgar เขียนขึ้น เพื่อขอแต่งงานกับ Alice ภรรยาของเขา
ทำนอง: Kitaro
ทุกครั้งที่ได้ยินบทเพลงนี้ของ Kitaro จะเห็นผืนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ที่ดูไม่มีจุดสิ้นสม และได้ยินเสียงสายลมที่พัดผ่านผ่านทะเลทรายนี้
Till We Meet Again (1918)
ทำนอง: Raymond B. Egan
เนื้อเพลง: Richard Whiting
เป็นเพลงที่เก่ามากตั้งแต่ยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่แม้กาลเวลาจะผ่านมานานเท่าไรก็ตาม ความหมายและอารมณ์ของบทเพลงนี้ยังงดงาม สดใสเสมอ
The Loveliest Night Of The Year (1950)
ทำนอง: Irving Aaronson
ดัดแปลงจาก Sobre Las Olas ของ Juventino Rosas
เนื้อเพลง: Paul Francis Webster
ชอบค่ำคืน ชอบเสียง Mario Lanza ชอบเพลง waltz ดังนั้นคงไม่แปลกที่เราจะชอบเพลงนี้ ...
เราเรียกเพลงนี้ว่า 'กรุ่นกลิ่นราตรี' ส่วนชื่อภาษาจีนของเพลงนี้ หมายถึง ดอกซ่อนกลิ่น ที่ให้กลิ่นหอมในยามราตรีนั่นเอง
ถ้าเป็นคนยุคเก่า พูดถึงเพลงนี้ก็คงนึกถึง เติ้ง ลี่ จวิน แต่ถ้าเป็นคนยุคใหม่ ก็อาจจะนึกถึง Jerry F4 แต่สำหรับเรา เวลาฟังเพลงนี้ ทำให้นึกถึงป่าป๊ากับม่าม๊า ...
เป็นเพลงที่สื่อความหมายดีมาก ทำไมถึงใช้พระจันทร์แทนใจฉัน ลองอ่านดู
อีกฉบับที่เพราะไม่แพ้กัน คือ ฉบับเสียงร้องของเลสลี่ จาง ลองไปฟังได้ ที่นี่
ไม่มีข้อมูลอะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับเพลงนี้ รู้แต่ว่าประกอบละครเรื่อง 'ปริศนา' ฟังแล้วเพราะ ความหมายลึกซึ้ง




